วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร

                                  การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร



ความหมายและความสำคัญของการสื่อสาร

            การสื่อสารจัดเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์    เพราะมนุษย์จะอยู่คนเดียวตามลำพังไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในชุมชนในสังคม ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการติดต่อสื่อสาร การใช้ภาษาจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการสื่อสารให้ประสบความสำเร็จ

ความหมายของการสื่อสาร

            การสื่อสาร    หมายถึง การติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยวิธีการต่าง ซึ่งจะทำให้ฝ่ายหนึ่งรับรู้ความหมายของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเกิดผลตอบสนองถ้าเรื่องที่ส่งตรงตามความประสงค์  และตรงตามความหมายที่อยู่ในใจของผู้ส่งสารโดยผู้รับสารก็รับรู้และเข้าใจความหมายได้ถูกต้องครบถ้วน  มีการตอบสนองตรงตามที่ผู้ส่งสารต้องการ ก็นับว่าการสื่อสารนั้นสัมฤทธิผลสมประสงค์       การสื่อสารให้สัมฤทธิผลสมประสงค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ  แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนปรับปรุงแก้ไขให้สม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน

วิธีการสื่อสาร

            การสื่อสารโดยทั่วไปสามารถทำได้หลายวิธี    ซึ่งแต่ละวิธีก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความเหมาะสม หรือความพอใจของผู้ติดต่อ ซึ่งอาจสื่อสารได้ด้วยวิธีการต่าง ดังนี้1. การสื่อสารโดยการสนทนา 2. การสื่อสารทางจดหมาย 3. การสื่อสารโดยการฟังวิทยุ 4. การสื่อสารด้วยการชมโทรทัศน์            นอกจากการสื่อสารทั้ง 4 วิธีดังกล่าวแล้ว ยังมีวิธีการสื่อสารอื่น อีกมากมาย เช่น การโทรศัพท์ การโทรสาร    เป็นต้น

องค์ประกอบของการสื่อสาร

องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสารสามารถแบ่งได้ 5 ส่วน ดังนี้1. ผู้ส่งสาร หมายถึง ผู้ต้องการติดต่อ หรือผู้ส่งเรื่องราว ในที่นี้คือชายหนุ่มที่ส่งจดหมายไปถึงหญิงสาว2. ผู้รับสาร หมายถึง ผู้รับการติดต่อ หรือผู้รับเรื่องราว ในที่นี้คือหญิงสาวที่ได้รับจดหมายจากชายหนุ่ม3. สาร หมายถึง เนื้อหาสาระของเรื่องราวที่ติดต่อให้บุคคลอื่นรับรู้ ในที่นี้คือข้อความ        ในจดหมาย4. สื่อ หมายถึง ช่องทางในการส่งสารไปยังผู้รับ ในที่นี้คือ จดหมายที่ผู้ส่งสารส่งไปยังผู้รับ5. ผลตอบสนอง หรือปฏิกิริยาตอบสนอง หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของผู้รับสาร ซึ่งรับรู้ความหมายของสาร ที่ผู้ส่งสารส่งมาให้และเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสาร ทำให้การสื่อสารสมบูรณ์ ในที่นี้คือ อาการดีใจของหญิงสาว หลังจากได้รับจดหมายฉบับนั้นในขณะที่บุคคล 2 คนติดต่อสื่อสารกัน แต่ละคนสามารถผลัดกันเป็นได้ทั้งผู้รับสารหรือผู้ส่งสารในเวลาเดียวกัน

ภาษาที่ใช้เพื่อการสื่อสาร

ภาษาที่ใช้เพื่อการสื่อสาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ1. ภาษาถ้อยคำ หรือวัจนภาษา เป็นภาษาที่สื่อความหมายโดยตรง ได้แก่ คำพูดหรือตัวหนังสือ สัญลักษณ์ที่เขียนแทนคำพูด2. ภาษาที่ไม่ใช่ถ้อยคำ หรืออวัจนภาษา เป็นภาษาที่ไม่ได้สื่อความหมายโดยตรงแต่ช่วยให้ภาษาถ้อยคำชัดเจนยิ่งขึ้น มนุษย์ใช้ภาษาที่ไม่ใช่ถ้อยคำที่สำคัญ ได้แก่ การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง การเคลื่อนไหว การใช้สายตา การใช้น้ำเสียง การใช้มือ การแต่งกาย หรือการใช้วัตถุอื่น ประกอบในการสื่อสาร การสื่อสารด้วยวิธีนี้บางครั้งสะดวกรวดเร็วกว่าใช้ภาษาถ้อยคำสมัยโบราณการติดต่อสื่อสารนิยมใช้วาจา เสียง หรือสัญลักษณ์ในการติดต่อ เช่น ควันไฟ เครื่องหมายต่าง ต่อมาเมื่อมนุษย์เจริญขึ้น การติดต่อกันจึงขยายกว้างออกไป มีการปรับปรุงวิธีการติดต่อสื่อสารให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและชัดเจนขึ้น ปัจจุบันความหมายของการสื่อสารจึงครอบคลุมไปถึงการแสดง การจัดนิทรรศการ ละคร ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพนิ่ง การเขียนหนังสือทุกประเภท การกระจายเสียงทางวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ เป็นต้น

ทักษะที่สำคัญของการสื่อสาร

            ทักษะทางภาษาที่ใช้เพื่อการสื่อสารปัจจุบันมี    4 ประการ คือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน ถ้าขาดทักษะอย่างใดอย่างหนึ่งการสื่อสารจะไม่สมบูรณ์    หรืออาจไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  หลังจากได้ศึกษามาถึงตอนนี้ จะเห็นว่าการสื่อสารที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการสื่อสารในชีวิตประจำวัน    ภาษาที่ใช้เพื่อการสื่อสารเข้าใจถึงองค์ประกอบที่จำเป็นและสามารถบอกได้ว่าการสื่อสารโดยทั่วไปหากจะให้ได้ผลสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว  ควรมีทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ถ้ามีความเข้าใจด้านภาษาเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะช่วยให้สื่อสารได้ฉับไว และมีประสิทธิภาพในที่สุด

 ทักษะด้านการฟัง

จุดมุ่งหมายของการฟัง


            การฟังจะประสบผลสำเร็จได้    ต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนชัดเจน จุดมุ่งหมายการฟังแต่ละครั้งจะแตกต่างกันการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ       ใจความสำคัญมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าประเด็นสำคัญของเนื้อเรื่อง ข้อใหญ่ใจความ แก่นสารสาระสำคัญ ความคิดหลัก และมีลักษณะเป็นข้อความโดยสรุปที่เป็นแก่นแท้ของสารหรือความคิดที่เป็นหลักสำคัญของสารนั้น ๆการฟังเพื่อความรู้

การฟังเพื่อความรู้ 

ได้แก่การฟังเรื่องราวที่เป็นวิชาการ ข่าวสาร และข้อแนะนำต่าง การฟังเพื่อความรู้จำเป็นต้องฟังให้เข้าใจและจดสาระสำคัญได้    ฉะนั้นจึงต้องฟังโดยตั้งใจฟัง โดยมีสมาธิ จึงจะบรรลุจุดมุ่งหมายในการฟัง ความรู้ที่ได้รับในการฟังแต่ละครั้ง ต้องอาศัยความรู้เดิมหรือประสบการณ์เดิมด้วย จึงจะทำให้เข้าใจเรื่องนั้น ดีขึ้น และต้องแยกให้ได้ว่าตอนใดเป็นความรู้สึกนึกคิดตอนใดเป็นข้อเท็จจริง หรือตอนใดเป็นความคิดเห็นของผู้พูด

การฟังเพื่อความบันเทิง

               การฟังเพื่อความบันเทิง    คือการฟังเรื่องราวที่สนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดช่วยให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส ลืมความกังวลต่าง ได้    การฟังเพื่อความบันเทิง ผู้ฟังอาจเกิดอารมณ์และความรู้สึกเพลิดเพลินเมื่อได้ฟังเสียง อาจเป็นเสียง มนุษย์ เสียงดนตรี  เสียงธรรมชาติ หรือการได้ฟังเรื่องราวที่พอใจ การฟังเสียงอ่านหนังสือนิยาย  อ่านทำนองเสนาะ เป็นต้น

การฟังเพื่อแสดงความคิดเห็น

              การฟังเพื่อแสดงความคิดเห็น ทุกคนมีอิสระในการคิด หากความคิดนั้นได้ผ่านการไตร่ตรองตามขั้นตอนที่เหมาะสมแล้วก็ควรเป็นที่พอใจ การแสดงความคิดเห็นเป็นกระบวนการ  เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณค่าของสาร โดยปรกติแล้วมนุษย์ย่อมมีความคิดอยู่ตลอดเวลา แล้วถ่ายทอดความคิดนั้นเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียนตามกาลเทศะอันควรที่ตนพอใจหรือเหมาะสม ฉะนั้นการฟังเพื่อแสดงความคิดเห็นจึงเป็นการฟัง เพื่อแสวงหาเหตุผลและข้อเท็จจริง

การฟังเพื่อการวิเคราะห์

     การวิเคราะห์    คือ การแยกแยะส่วนต่าง ของสารออกมาพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญมากเพราะผลของการวิเคราะห์ เราจะนำไปวินิจ วิจารณ์และวิพากษ์ในลำดับต่อไปประโยชน์ของการฟังเพื่อการวิเคราะห์ การฟังเพื่อการวิเคราะห์มีประโยชน์ต่อผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการวิเคราะห์เราจะนำไปวินิจ วิจารณ์  และวิเคราะห์ในโอกาสต่อไป การวิเคราะห์ทำให้ผู้ฟังต้องใช้วิจารณญาณ และแยกแยะส่วนต่าง  ของสารออกพิจารณาอย่างละเอียด

ประเภทของสาร

ในการแบ่งประเภทของสารโดยยึดเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญนั้น สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่
  1.  สารที่ฟังแล้วให้ความรู้
  2.  สารที่ฟังแล้วเกิดการโน้มน้าวใจ
  3. สารที่ฟังแล้วเกิดการจรรโลงใจ
                 การฟังอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์นั้น ผู้ฟังต้องตั้งจุดมุ่งหมายของการฟังแต่ละครั้งให้ชัดเจนเช่นจะฟังเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว    หรือฟังแล้วได้ความรู้ แนวคิดไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและจุดมุ่งหมายของผู้ฟังนั่นเอง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น